@.อ่านละคร.นาคี.นางอาย.ดวงใจพิสุทธิ์.@

อ่านละคร เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 2/2 วันที่ 16 พ.ค. 57

อ่านละคร เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 2/2 วันที่ 16 พ.ค. 57

ปานตะวัน อยู่ในชุดทำงานยูนิฟอร์ม กำลังทำกายภาพให้คนไข้หญิงวัยรุ่นหัดเดินอยู่ในห้องกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาล
“วันนี้พอแค่นี้นะคะ กลับบ้านอาจใช้ประคบร้อนตรงที่ปวดจะบรรเทาอาการปวดนะคะ”
“ขอบคุณค่ะพี่”

ปานตะวันยิ้มให้ หันหลังกลับมาตกใจ เห็นเป็น ‘พี่อาร์ต’ ปานตะวันรีบเดินจ้ำอ้าวออกไปทันที
อาร์ตจ้ำตาม “เดี๋ยวสิตะวัน” อาร์ตรีบคว้าแขนตะวันไว้ “จะหนีพี่ไปถึงไหนตะวัน”
ปานตะวันขัดขืน “ปล่อย!! ปล่อยตะวัน”
“ตะวัน!! ให้โอกาสพี่เถอะนะ ที่ผ่านมาพี่ขอโทษ พี่ผิดไปแล้ว เรากลับมาเป็นแฟนกันนะ ไม่สิ...แต่งงานกันเลย พี่จะดูแลตะวันไม่ให้ตะวันต้องมาทำงานลำบากแบบนี้”


“ตะวันไม่ได้ลำบาก!!! “ ปานตะวันมองผู้คนที่เริ่มมองๆ “พี่อาร์ตไปได้แล้ว ออกไปจากชีวิตตะวันซะที”
ปานตะวันเดินออกไป อาร์ตรวบตัวกอดทางด้านหลัง “ไม่นะ!! พี่รักตะวัน ได้ยินมั๊ย พี่รักตะวัน”
“รักมากมั๊ย” สองคนตะลึงที่เห็นมิลค์ก้าวมายืนหน้ายักษ์อยู่ตรงหน้า “มิลค์ถามว่าพี่อาร์ตรักนังนี่มากมั๊ย”
ปานตะวันจะเถียง “ฉันไม่ได้”
เพียะ!! ปานตะวันหน้าหันโดนมิลค์พุ่งมาตบ มิลค์ทำร้ายปานตะวันไม่หยุด อาร์ตพยายามห้าม ไทยมุงเริ่มมา ซักพัก รปภ.เป่านกหวีดปี๊ดๆ เข้ามาพร้อม ผู้จัดการหน้าเฮี้ยบ “นี่มันอะไรกัน?!”
ผู้จัดการมองปานตะวัน “เกิดอะไรขึ้นมิทราบ”
ปานตะวันเครียด “เอ่อ...”
มิลค์ไม่กลัว อาร์ตกังวล
ผู้จัดการมองป้ายชื่อ “ปานตะวัน เชิญที่ฝ่ายบุคคล”
ปานตะวันตกใจ หน้าเสีย “คะ?”
มิลค์ยิ้มสะใจ สีหน้าปานตะวัน ยุ่งแล้ว

ที่ห้องทำงานนัครินทร์ ประกายเดือนหน้ามุ่ยกำลังถูพื้นอยู่อย่างอารมณ์เสีย นัครินทร์นอนจุ๊ยอยู่บนโซฟา แอบๆ เหล่เวลาประกายเดือนก้มลงถูพื้น พอเค้ารู้ตัวก็ทำฟอร์ม
“หน่วยก้านไม่เลวนี่!! พี่ชายผมเคยสอนไว้ว่า ถ้าจะทำงานใน KTK นี่ต้องอดทน ต้องแกร่ง และเก่งทุกอย่าง รู้งานทุกขั้นตอน เพราะฉะนั้นคนที่จะเป็นเลขาฯ ท่านรองฯ ก็ต้องตามนั้นด้วย”
ประกายเดือนค้อนขวับ บ่นงุบงิบ “ยังกะตัวเองเป็นอย่างนั้นนักนี่...แหวะ!!”
“อ้าวๆๆ...เป็นไร คลื่นไส้เหรอฮะ??”
“เปล่า!!” ประกายเดือนปาดเหงื่อ พูดเสียงกระแทก “อ่ะ!! เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะท่านรองฯ!!!”
“ใครบอกเรียบร้อย??”
ประกายเดือนเหวอ อะไรวะ??
นัครินทร์ทำเป็นงานเป็นการเว่อร์ “คุณทำงานเรียบร้อยแต่ไม่เบ็ดเสร็จ”
“หมายความว่าไงไม่ทราบคะ?“
“ก็หมายความว่า” นัครินทร์ชี้ไปที่ตู้โชว์หรือชั้นโชว์วางติดโซฟา “คุณยังทำความสะอาดไม่ครบถ้วน”
ประกายเดือนโวย “อะไรกันคะ? ตู้มันสู้งสูงแล้วตัวฉันก็แค่เนี้ยนะ?? ถ้าจะให้เช็ดก็คงต้องปีนขึ้นไปแหละ”
“ก็ปีนสิครับ”
“ห๊า?!!” นัครินทร์ยิ้ม พยักหน้าคอนเฟิร์ม ประกายเดือนแค้นสุดๆ
ประกายเดือนเอาบันได 3-4 ขั้นมาพาด หันไปค้อนนัครินทร์ที่ทำเป็นนอนจุ๊ยอ่านนิตยสารรถยนต์อยู่
ประกายเดือนค่อยๆ ปีนขึ้นไปทำความสะอาด ปากก็บ่น “นี่ถ้าไม่ใช่เพราะรับปากตะวันไว้ว่าจะหาเงินผ่อนคอนโดฯ ให้ได้ล่ะก้อ..แกตายแน่ไอ้ท่านรองฯ”
นัครินทร์ปิดหนังสือฉับ “เรียกผมทำไมฮะ?”
“ใครเรียก? ไม่ได้เรียกซะหน่อย!!”
“อ๋ออออ” นัครินทร์เปิดหนังสือบังหน้าอ่านต่อ
ประกายเดือนบ่นต่อเลย “ฉันด่าแกเว๊ย..ไอ้เบื๊อก!!” ประกายเดือนพยายามเอื้อมสุดแขนเพื่อจะเช็ดด้านบนสุดของตู้ แต่ก็ไม่ถึง ประกายเดือนพยายามต่อ
นัครินทร์ค่อยๆ เบนหนังสือที่ฟอร์ม อ่านบังหน้าออก เห็นขาอ่อนประกายเดือนวับๆ แวมๆ ก็พยายามเบี่ยงตัวทิ้งตัวให้ต่ำลงเพื่อจะช้อนสายตามองใต้กระโปรงประกายเดือนให้มากที่สุด
ประกายเดือนพยายามเอื้อมเช็ดอีก นัครินทร์เอี้ยวตัวต่ำสุดฤทธิ์
ประกายเดือนเอื้อม นัครินทร์เอี้ยว หนังสือหล่นพื้นโคร้ม!!!
ประกายเดือนหันขวับ แว้ดลั่น “ทำอะไรอ่ะ!!!”
นัครินทร์ร่วงโครมจากโซฟามากองกับพื้น
“ไอ้บ้า!!! ไอ้ลามก!!! ฉันจะฟ้องท่านประธาน!!!”
“เฮ๊ยยยยย!!”

ในห้องทำงานนาคินทร์ นาคินทร์ช้อนสายตามอง ประกายเดือนยืนหน้ามุ่ยอยู่ เหล่ไปที่นัครินทร์ที่นั่งจ๋อยๆ อยู่ตรงข้ามนาคินทร์
“ว่าไง...ท่านรองฯ”
นัครินทร์โวยทันที “โห่..พี่คินทร์ฮะ ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมก้มลงไปเก็บหนังสือ หนังสือมันตก”
“ไม่จริงค่ะ ดิฉันได้ยินเสียงคนตกก่อนหนังสือ”
“บ้า..หูฝาดแล้ว หนังสือตกก่อน”
“คนตกก่อน”
“หนังสือ”
นาคินทรขัด “เอาล่ะ..พอ ๆ” แล้วหันไปพูดกับจามจุรีที่ยืนอยู่ไกลออกไป “คุณจามจุรี จริง ๆ แล้วเรื่องแบบนี้ต้องเป็นหน้าที่ของคุณ ไม่น่าที่จะมาถึงผม”
จามจุรีสะดุ้ง มองๆ นัครินทร์ “แต่..เอ่อ”
“ต่อให้เป็นนายนัค คุณก็ต้องจัดการ”
นัครินทร์โวย “อะไรนะพี่คินทร์ ผมเป็นรองประธานฯ เป็นน้องชายพี่นะฮะ”
“คนผิดก็ต้องรับผิด” นาคินทร์นึกถึงปานตะวัน “ไม่ว่าเค้าคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม”
นัครินทร์เสียงหลง “พี่คินทร์”
จามจุรีกลืนน้ำลายเอื้อก ลำบากใจ “ท่านประธานคะ”
นาคินทร์สวนเรียบๆ “ช่วยจัดการเรื่องนี้ต่อนะครับ ผมมีธุระที่สำคัญกว่าต้องทำ” พูดจบก็ลุกออกจากห้องไป
“พี่คินทร์!!!”
จามจุรีกลืนน้ำลายเอื้อก ประกายเดือนสะใจหันไปจ้องนัครินทร์ นัครินทร์หันมาป๊ะสายตาประกายเดือน ประกายเดือนยิ้มเยาะให้นัครินทร์เคืองขัดใจ

หน้าห้องทำงานนาคินทร์ นาคินทร์เดินผ่านโต๊ะปาริฉัตรที่ลุกขึ้นอย่างตกใจ “ท่านประธานคะ”
“ผมจะไปข้างนอก แล้วคงไม่กลับเข้ามา”
“แต่ท่านมีนัด”
“เลื่อนไปก่อน ขอบคุณนะครับ” นาคินทร์พูดจบก็เดินต่อ ทิ้งให้ปาริฉัตรอึ้ง มอลลี่ และลูกกอล์ฟ ปรี่มาทันที
“แหม ๆๆ ไอ้ลูกกอล์ฟ” มอลลี่ทำจมูกฟุดฟิด “แกได้กลิ่นอะไรแถวนี้มั้ยอ่ะ?”
ลูกกอล์ฟดมๆๆ “กลิ่นอะไร? แหวะ!! กลิ่นขี้เต่าเจ๊เหม็นมาก”
“ไอ้บ้า!!” มอลลี่มองปาริฉัตร ทำจมูกฟุดฟิดใกล้ ๆ “ฉันหมายถึงกลิ่นตุ ๆ เน่า ๆ น่ะ ..คล้าย ๆ กลิ่นหัวเน่า ฮ่า ๆๆๆ”
ปาริฉัตรหันหน้าไปมองเขม็ง “กลิ่นปากพี่เน่ามากกว่ามั้งคะ..พี่สมรศรี”
มอลลี่อ้าปากค้าง ชะงัก แล้วรีบหุบ “ว๊าย!! ก้าวร้าวมากนะคะน้องฉัตร”
“รุนแรงด้วยค่ะ ถ้าพี่อยากจะลอง” ปาริฉัตรขยับมือกำแฟ้มเอกสารปึ๊งใหญ่เตรียมฟาด
มอลลี่ฉากออก “แอร๊ยยย!! อะไรเนี่ย ก็คนเค้าแค่เป็นห่วงในฐานะพี่เชื้อเพื่อนร่วมงานว่าเดี๋ยวนี้ท่านประธานดูไม่ค่อยจะสนใจน้อง เอ๊ย! ตารางที่น้องฉัตรจัดให้ซักเท่าไรเลยนะจ๊ะ..จริงมั้ยไอ้ลูกกอล์ฟ”
ปาริฉัตรตาวาว
“เออว่ะ..มันก็จริงอยู่นะเจ๊ ตะก่อนไม่เห็นเคยออกจากที่ทำงานก่อนเวลาเลิกงานแต่เดี๋ยวนี้ นี่ไง..แหมบ ๆ เลย ..ออกไปแหมบ ๆ ตะกี้”
“เออว่ะ”
“ที่แปลกไปกว่านั้นเมื่อก่อนท่านประธานไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนแต่หมู่นี้ไปส่งยัยเลขาฯเดือนตล๊อดๆ”
“ถูกต้อง!! เอ๊ะ!! แต่วันนี้..ไม่นี่?? ออกไปคนเดียวเห็น ๆ”
ปาริฉัตรคิดตาม
“เออ..จริงด้วยวะ เฮ้ย ๆๆ ยัยเลขาฯเดือนยังอยู่ในห้องกะท่านรองฯ กะคุณเจเจ แกว่าเรื่องไหนน่าสนใจกว่ากันวะไอ้ลูกกอล์ฟ??”
“ณ จุดนี้นะ..ลูกกอล์ฟว่าาาา” ลูกกอล์ฟเหลือบตามองในห้อง
มอลลี่ตาโต “แฟลช นิวส์!!!”
สองคนพุ่งปริ๊ดไปเกาะประตูท่านประธานฯ แอบฟังยังกะตุ๊กแก
ปาริฉัตรคิด “นังประกายเดือนยังอยู่ที่นี่ แล้วท่านประธานไปไหน? ไปหาใคร?”

ริมถนน ปานตะวันเดินหมดอาลัยตายอยาก ตกงานไปอีกจ็อบ
ก่อนหน้านั้นที่ห้องฝ่ายบุคคล โรงพยาบาล ผู้จัดการโรงพยาบาลไม่พอใจที่ปานตะวันมีเรื่องวิวาทกันในโรงพยาบาล “เพิ่งจะเข้ามาทดลองงานก็ก่อเรื่องซะแล้ว”
“ตะวันไม่ได้เป็นคนก่อเรื่อง ตะวันไม่ทราบจริงๆ นะคะ”
“มีคนมาสมัครมากมาย ฉันอุตส่าห์ให้โอกาสเธอ น่าเสียดาย..เธอไม่น่าตัดโอกาสตัวเองแบบนี้เลย”
“ไม่นะคะ มันไม่ใช่ความผิดของตะวันจริงๆ นะคะ”
ผู้จัดการยื่นซองให้ “ค่าจ้างครึ่งวันของเธอ...วันนี้..วันสุดท้าย”
ปานตะวันอึ้ง
นึกแล้วปานตะวันก็น้ำตาหยด ปานตะวันยกมือขึ้นปาดน้ำตาขณะจะข้ามถนน แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกเพราะเสียงแตรรถบีบลั่น ปานตะวันตกใจสุดขีดร้องกรี๊ด!! เอามือบังหน้า รถนาคินทร์เบรคเอี๊ยดเกือบชนปานตะวันเต็มๆ
นาคินทร์รีบลงจากรถปรี่มาหาปานตะวัน ประคองไว้ “คุณครับ...บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่าครับ?”
ปานตะวันยังตกใจ ค่อยๆ เอามือลง “มะ..ไม่ค่ะ..ดิฉันไม่เป็นไร”
ต่างฝ่ายต่างเห็นว่าเป็นกันและกันก็อึ้ง “คุณ”
ที่ร้านกาแฟสวยหรูดูดีชวนฝัน ถ้วยกาแฟร้อนควันฉุยถูกเสิร์ฟลงตรงหน้าปานตะวันที่นั่งทำหน้าอึดอัดอยู่ตรงข้ามนาคินทร์ บริกรเสิร์ฟกาแฟร้อนให้นาคินทร์เช่นกัน
“ไม่ถูกใจอะไรครับ? ร้าน? กาแฟ? หรือว่า..ผม?!”
ปานตะวันตอบไม่ถูกเลย “เอ่อ.. คือ..ฉันไม่เคยเข้าร้านหรูๆ แบบนี้น่ะค่ะ แล้ว..กาแฟนี่..ก็..แพงมากแก้วละตั้งเกือบสองร้อย”
นาคินทร์ยิ้มน้อยๆ “แล้วผมล่ะครับ?” ปานตะวันนิ่ง เบือนหน้าไม่รู้จะตอบยังไง นาคินทร์ยังยิ้มน้อยๆ เปลี่ยนเรื่อง “น้ำตาลกี่ก้อนดีครับ?”
“ไม่ต้อง..คือ..ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมาก ฉันไม่ค่อยทานอะไรหวานๆ”
นาคินทร์ชะงักมือ “ดีครับ หวานมากไป ไม่ดีต่อสุขภาพ เมื่อก่อนผมก็ชอบดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาลเหมือนคุณ แต่เดี๋ยวนี้ต้องขอเติมหวานซักนิด” นาคินทร์คีบน้ำตาลใส่กาแฟตัวเอง 1 ก้อน “เพราะที่ผ่านมามันขมเหลือเกิน”
ปานตะวันมองๆ นาคินทร์ นาคินทร์ยิ้มปกติ “ดื่มเถอะครับ เดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อย” ปานตะวันค่อยๆ ยกจิบอย่างเกรงใจ “ชอบมั๊ยครับ?”
“ค่ะ”
“เมื่อกี๊นี้ผมตกใจมาก จู่ๆ คุณก็จะเดินตัดหน้ารถผม”
“เอ่อ..ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉัน”
“คุณตะวันมีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่าครับ?” น้ำเสียงจริงใจของนาคินทร์ทำให้ปานตะวันรู้สึกอบอุ่นจนแอบน้ำตารื้น แต่พยายามเข้มแข็ง
“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร”
นาคินทร์ลอบมอง “ถ้ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ก็ขอให้บอกเถอะนะครับ ผมยินดี”
ปานตะวันกลืนน้ำตา พยายามเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่คุณนาคินทร์มีธุระสำคัญแถวนี้รึเปล่าคะ? ฉันทำให้คุณเสียเวลารึเปล่า”
นาคินทร์ยิ้มสบาย “เปล่าเลยครับ คุณไม่ได้ทำให้ผมเสียเวลาเลย ผมต้องดีใจมากๆ ด้วยซ้ำที่ได้เจอคุณ”
ปานตะวันงง “หมายความว่ายังไงคะ?”
“ก็หมายความว่า ‘ธุระสำคัญ’ ของผมก็คือ ‘คุณ’”
ปานตะวันเลิกคิ้วมอง นาคินทร์ยิ้ม “ผมตั้งใจมาหาคุณครับ”
ปานตะวันอึ้ง “มาหาฉัน? คุณมีธุระสำคัญกับฉันเหรอคะ?”
นาคินทร์ยิ้ม “คุณลืมไปแล้ว?? ธุระสำคัญของผม...เรื่องยัยนารถ น้องสาวผมไงครับ”
ปานตะวันลืมจริงๆ “ตายจริง...ต้องขอโทษด้วยค่ะ”
นาคินทร์ส่ายหน้ายิ้มน้อยๆ “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเข้าใจดีว่าธุระสำคัญของผมอาจจะไม่ใช่ธุระสำคัญสำหรับคุณ”
ปานตะวันรีบบอก “ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ คือว่า”
“คุณคงไม่ปฎิเสธที่จะไปดูแลยัยนารถใช่มั้ยครับ?”
ปานตะวันหนักใจ “คือ.. ฉัน”
“ผมต้องขอโทษนะครับที่ต้องมาเร่งรัดคุณแบบนี้ แต่อย่างที่เคยบอกไว้ว่าพยาบาลคนเก่าจะทำงานถึงแค่สิ้นเดือนนี้เท่านั้น และนี่ก็เหลืออีกไม่กี่วันแล้ว”

อ่านละคร เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 2/2 วันที่ 16 พ.ค. 57

ละครเรื่อง เสน่หาสัญญาแค้น บทประพันธ์โดย Shayna
ละครเรื่อง เสน่หาสัญญาแค้น กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เสน่หาสัญญาแค้น ผลิตโดย บริษัท โพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เสน่หาสัญญาแค้น โดยผู้จัด อรพรรณ (พานทอง)วัชรพล
ละครเรื่อง เสน่หา สัญญาแค้น ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัส เวลา 20.15 ทางไทยทีวีช่อง 3
ละครเรื่อง เสน่หา สัญญาแค้น...เริ่มออกอากาศตอนแรก 21 พ.ค.57ต่อจากละครเรื่อง อย่าลืมฉัน
ที่มา ไทยรัฐ